คราวนี้ไม่ได้เสกสรรค์ปั้นแต่งเนื้อเรื่องให้มากมายหรอก ก็เหมือนอย่างที่ชื่อเรื่องบอกน่ะค่ะ จริงๆไปมานานมากแล้ว แต่มัวแต่ผลัดวันประกันพรุ่งไม่ได้เอารูปมาลงเครื่องซักกะที วันนี้ได้ฤกษ์ ขอโชว์นิดส์นึงก็แล้วกัน
เหตุผลก็คือว่างงานอย่างที่หลายๆคนรู้ เลยใช้เวลาว่างช่วงนี้พักผ่อนตามสบาย ไม่ค่อยได้อยู่บ้านเลยล่ะค่ะ นอกจากทริปสิงคโปร์ครั้งนี้แล้ว ก็ยังไปเที่ยวลาวมาด้วย แล้วคงได้เอามาเล่าให้ฟังครั้งหน้านะคะ
ไปสิงคโปร์มาตั้งหลายครั้งแล้ว แทบจะรู้ที่ทางตามตรอกซอกซอยหมดแล้ว ครั้งนี้มีเวลาหลายวันเลยไปทั้งที่ๆตั้งใจจะไป และ ที่ๆไม่เคยไปมาก่อน ได้ทำอะไรที่ไม่เคยทำที่นั่น อย่าง ไปพักผ่อน เล่นสเก็ตริมทะเล ไปเที่ยวเขื่อน เล่นบอล พายเรือคายัคที่เซนโตซ่า กิจกรรมส่วนมากก็ไม่ได้ถ่ายรูปเอาไว้ เพราะว่าไม่ได้เตรียมตัวอย่างดี ที่สำคัญคือ ไม่มีใครถ่ายให้อ่ะค่ะ
ไปถึงที่สนามบิน คุณเพื่อนที่แสนน่ารักก็มีดอกไม้มาต้อนรับ ดีใจจังเพราะว่าไม่เคยได้รับดอกไม้จากคุณที่รักเลย จนจะเหี่ยวเฉาอยู่แล้ว ได้เห็นดอกไม้สวยๆก็ออกจะชื่นใจ
.
ดอกไม้แสนสวย สุดประทับใจ
มาถึงที่โรงแรมเก็บข้าวของ พักผ่อนเล็กน้อย เก็บภาพสวยๆ ของ complimentary fruit มาให้ดู
ดูน่ากินมากๆ แต่ไม่อร่อยเลย ขอบอก
.
สิ่งที่ตั้งตารอสำหรับการไปพักผ่อนครั้งนี้ คงจะหนีไม่พ้น ปูผัดพริกที่มีชื่อเสียงของประเทศนี้ อร่อยจริงๆ ถึงขนาดตั้งใจจะมากินเลย เพื่อนที่เคยพามาเมื่ออดีตกาลปางก่อน พาไปกินร้านที่ไม่เคยไป เพราะว่าร้านโปรดปิดปรับปรุง
เนื่องจากว่าเราติดหนี้บุญคุณเพื่อนคนนี้หลายครั้งเหลือเกิน ไม่ว่าเค้าจะมาเมืองไทย หรือเราไปที่นั่น เลยตั้งใจจะเป็นคนเลี้ยงมื้อนี้เอง ได้ยินมาว่า อาหารที่นี่แพงมาก แถมค่าครองชีพเค้าก็สูงมาก ปูตัวนึงเนี่ย ร้อยกว่าเหรียญเลย

คุณเพื่อนแสนดี สั่งปูมาต้อนรับสองตัวเลย แถมด้วย ข้าวผัดปู ปลาหมึกทอด หมั่นโถว (หมั่นโถวกินกับปู เข้ากั๊น เข้ากัน) ถ้าจำไม่ผิดมีเท่านี้แหล่ะนะ
กินกันอย่างเอร็ดอร่อย จนคุณเพื่อนที่รักได้ตักชิ้นสุดท้ายไปนั่งแกะอยู่เท่านั้นแหล่ะ คุณเธอก็ผงะสุดชีวิต เพราะสิ่งที่คุณเธอเจอในปูชิ้นสุดท้ายก็คือ แมลงสาบ (ใช่ค่ะ ตาไม่ฝาดหรอกทุกท่าน ออกจะเขียนตัวโตปานนี้ แมลงสาบค่ะ)ตัวเล็กๆซ่อนอยู่ในก้ามปูอันใหญ่ๆ
หลังจากเรียกพนักงานมาต่อว่าเป็นภาษาจีนที่เราฟังไม่ออกเรียบร้อยแล้ว ก็ได้ทราบว่า มื้อนี้ได้กินปูฟรี แถมทางร้านให้ขนมหวานมาเป็นการขอโทษอีกด้วย ตกกะใจไปเหมือนกัน ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือว่าเสียใจดีเนี่ย

เขียนไปเขียนมาก็ยาวเหมือนกันนะ เอาเป็นว่าเล่าให้จบๆไปละกัน สาระสำคัญไม่ค่อยมีอยู่แล้ว มีแต่เรื่องไร้สาระทั้งนั้น
ที่ๆคิดจะไปอยู่แล้วอีกที่คือ ผับในโรงแรม swissotel de stamford บนชั้นเจ็ดสิบ วิวสวยมากๆ น่าเสียดายที่ไม่มีรูปมาฝาก
ที่นึงที่เราอาจไม่ค่อยได้ไปกัน ก็คือภูเขาที่สูงที่สุดในสิงคโปร์ เรียกว่าเป็นเนินเล็กๆดีกว่า สำหรับเราก็ดูจะไม่สูงเท่าไหร่ แต่ทิวทัศน์ก็สวยงามไม่แพ้ที่อื่นเลย เพิ่งจะรู้ก็ครั้งนี้แหล่ะว่าสิงคโปร์ก็มีภูเขากับเค้าเหมือนกัน
ตัว merlion อยู่ข้างบนเนินเขา
วิวจากบนเขา มองมาทางทะเล
นอกจากที่นี่แล้ว ก็ได้ไปเดินเล่นที่เขื่อนทางตะวันออก หรือตะวันตกเนี่ยแหล่ะ จำไม่ได้ ที่มีสนามหญ้ากว้างๆ ให้ผู้คนได้มาพักผ่อนกัน ไม่ได้มีรูปสวยๆมาฝาก แต่จะโชว์ว่าฝนตก เดินจนรองเท้าเลอะหมดเลย
เขินจัง รองเท้าด๊ำ ดำ
ยังไม่ได้อัพให้เป็นเรื่องเป็นราว มีเนื้อหาอะไรเลย ทำไมมันยาวอย่างนี้เนี่ย เอาเป็นว่าจบก่อนแล้วกัน ก่อนที่ทุกคนจะเบื่อไปซะก่อน อย่าเพิ่งเบื่อนะคะ เอาแบบรักกันไม่ต้องมาก แต่ขอให้รักนานๆนะ จะได้เข้ามาอ่านบ่อยๆ คราวหน้าจะเล่าเรื่องไปเวียงจันทร์ให้ฟัง ติดตามกันหน่อยนะคะ เดี๋ยวเขียนแล้วจะไม่มีคนมาอ่านง่ะ
สำหรับคุณเพื่อนๆของเราทั้งหลายจ๊ะ อยากดูรูปเพิ่มเติมก็เรียกมาแล้วกันนะ จะได้โชว์รูป private ลับเฉพาะที่สิงคโปร์ให้ดู (แบบว่าไม่กล้าเอาลงที่นี่ เขินเหลือเกิน) สำหรับของฝาก ที่ได้ไปแล้วก็โชคดีไป ไม่ได้ก็คงอดแล้วล่ะนะ อยากช้าเองอ่ะ เนิ่นนานขนาดนี้ เก็บไว้คงได้ออกดอกออกผลเป็นคุณเห็ดคุณราแน่เลย
ไว้เจอกันคราวหน้า บ๊ายบายค่าทุกคน