เปล่าเลย ไม่ได้ว่าอะไรใคร ไม่ได้พาดพิงถึงใครทั้งนั้นนะเจ้าคะ กรุณาอย่าเข้าใจผิด
ใช้เวลาชั่ววูบตัดสินใจไปเที่ยวประเทศลาว แบบว่า ตัดสินใจวันนี้ ไปพรุ่งนี้ ยังไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัว ก็ได้ไปเที่ยวต่างประเทศอีกแล้ว
![]()
ก่อนที่จะเล่าอะไรๆเกี่ยวกับที่ลาว ต้องขอขอบคุณ ท่านผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารไทย ประจำประเทศลาว และครอบครัวเป็นอย่างสูง ที่ได้ให้โอกาศเราได้เยี่ยมเยียน และพักผ่อนเป็นการส่วนตัวที่บ้านเป็นเวลาหลายวัน พร้อมการต้อนรับอย่างอบอุ่น
ลาวเนี่ย ไม่ให้ความรู้สึกของความเป็นต่างประเทศเลย ไม่รู้ตัวว่าออกจากประเทศตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะบรรยากาศที่นั่นใกล้เคียงกับชนบทของประเทศเรามากๆ ใครที่ไม่เคยไปที่ๆเป็นชนบทอาจจะนึกไม่ค่อยออก แต่เอาเป็นว่า หน้าตาของบ้านเรือน ถนนหนทางเนี่ย คล้ายมากเลย
ยิ่งถ้าใครได้ไปสัมผัสชีวิตที่ลาวเลย จะได้รู้ว่า เค้ารับข่าวสาร วัฒนธรรม อะไรๆจากเราตลอด ฟังภาษาไทยได้เลย เพราะเค้าดูทีวีของบ้านเรา หนัง โฆษณา ดารา นักร้องอะไรก็ชาวไทยกันหมดนี่แหล่ะค่ะ แบบว่า ห้ามนินทาเลยนะ นินทาอะไรเค้ารู้หมด อาจโดนตีหัวเอาได้ แล้วจะหาว่าไม่เตือน
![]()
และเหมือนเคย ถ่ายรูปมานิดเดียวเอง เลยต้องทำให้คุณผู้อ่านอารมณ์เสียกันบ่อยๆอีกระลอก แถมยังอธิบายไม่ค่อยจะถูกด้วยว่าที่ไหนคือที่ไหน ถ้าใครรู้จริงมากกว่าก็ช่วยมาแก้ไขให้ถูกต้องหน่อยละกันนะคะ จะได้ไม่เป็นปัญหาระหว่างประเทศนะเนอะ เพราะนอกจากเค้าฟังเรารู้เรื่องแล้วเค้ายังอ่านออกอีกด้วยอ่ะค่ะ
อย่าเพิ่งบ่นว่าไม่รู้อะไรซักอย่างนะ ก็ไม่รู้จริงๆนี่นา เอาเป็นว่า ดูรูปปนๆกับการเล่าสนุกๆก็แล้วกัน มีรูปบ้าง ไม่มีบ้าง อันไหนไม่มีก็นึกภาพตามไปนะ
![]()
ตามประเพณีของบล๊อกนี้ เราต้องเริ่มจากอาหารก่อน (อย่างนี้และนะ ถึงได้อ้วนตลอด ไม่ผอมซักกะที) จริงๆ อาหารที่ได้ทานส่วนใหญ่จะเป็นอาหารไทย เพราะทำเนียบทูตทหารมีแม่ครัวที่อิมพอร์ทมาจากเมืองไทยโดยตรงให้ทานกันทุกวันแต่ก็ได้ลองอาหารลาวบ้างเหมือนกัน ถูกปากบ้าง ไม่ถูกบ้าง จะว่าคล้ายกับอาหารบ้านเราก็ไม่ใช่ซะทีเดียว
เครื่องเคียงของเฝอ ที่ร้านอาหาร บ้านพิมมะจัน
ในรูปที่ไปทานมาก็คือเฝอ หรือก๋วยเตี๋ยวญวนที่เรารู้จัก มีทั้งหมูและเนื้อ ทานกับเครื่องเคียงที่เป็นผัก น้ำพริกเผา พริก มะนาว ปรุงรสจัดจ้านตามใจชอบ เพราะสั่งแล้วจะมาเป็นก๋วยเตี๋ยวออริจินอลแบบน้ำใส แต่รสชาดจะไม่เหมือนก๋วยเตี๋ยวต้มยำของเราเท่าไหร่
พริกขี้หนูที่ลาว ที่สีเขียวๆในรูป ดูแล้วเหมือนไม่เผ็ด แต่กินไปแล้วเผ็ดมาก เผ็ดจนมึนเลยอ่ะค่ะ
ชื่อร้านอาหาร ชื่อบ้านพิมมะจัน ดูคร่าวๆก็พออ่านออกเลยใช่มั๊ยคะ ภาษาเค้าคล้ายๆกับของบ้านเรา อยู่ไม่กี่วันก็แทบจะอ่านออกอยู่แล้ว
ส่วนอาหารเช้าของคนลาวที่เค้าแนะนำมา คือขนมปังยาวๆ คล้ายๆขนมปังฝรั่งเศษมินิ (แบบอันเล็ก) เรียกว่าอะไร เก็ตๆ หว่า นึกไม่ออก (น้องเต๋ แวะเข้ามาแล้วบอกพี่ทีซิ ลืมแล้วอ่ะ ขอรูปด้วยโดยด่วน เดี๋ยวโดนคนอ่านบ่นอ่ะ) แล่ตรงกลางแล้วใส่ไส้ (ทำคล้ายๆ รถขายไอติมกุ๊งกิ๊ง ที่หั่นขนมปังแล้วใส่ไอติมเข้าไป แต่ขนมปังเค้าแข็งๆแบบฝรั่งเศษ) ตัวไส้ก็จะเป็น ผักกาดหอม หัวหอม แฮม อะไรพวกเนี้ย รสชาดก็ออกเปรี้ยวๆหน่อยๆ ไม่รู้ใส่อะไรเข้าไปบ้าง บอกตรงๆว่าจำรายละเอียดไม่ได้มาก เพราะชิมไปนิดเดียวเอง
ส่วนส้มตำที่ลาว หรือ ตำบักหุ่งในภาษาลาว (อันนี้ค่อนข้างมั่นใจนะ.. ใช่ป่าวหว่า) ก็หน้าตาคล้ายๆกับส้มตำบ้านเรา แต่เค้าจะใส่ปลาร้าแทนน้ำปลา รสไม่จัดเหมือนตามรถเข็นนะ สงสัยเค้ากลัวเราทานเผ็ดไม่ได้ ไม่ต้องใส่รูป ใครนึกไม่ออกวิ่งไปซื้อหน้าปากซอยได้เลย หน้าตาคล้ายกัน
ได้ทานแหนมเนืองด้วย อร่อยม๊าก มาก แต่ว่าคำมันใหญ่ไปหน่อยค่ะ อ้าปากกว้างมากๆ พอกินไปแล้วขยับปากไม่ได้ เพราะเวลาเคี้ยวกลัวว่ามันจะกระเด็นออกมา เป็นที่น่าขยะแขยงแก่คนรอบข้างและผู้พบเห็นได้ ร้านที่ไปทานเนี่ย จำชื่อร้านไม่ได้หรอก แต่รู้ว่าอยู่ตรงข้ามกับร้านอาหารเกาหลีชื่อ แดจังกึมอ่ะ

สถานที่ท่องเที่ยว ส่วนใหญ่จะเป็นวัดซะมากค่ะ ไปแล้วจำไม่ได้ว่าเป็นวัดอะไรบ้าง หรือเค้าอาจจะไม่มีป้ายชื่อบอกนะคะ (หรือว่าไม่ได้สังเกตนี่แหล่ะ) ที่จำได้ก็จะเป็นหอพระแก้ว ที่ พระแก้วเคยประดิษฐานอยู่ ก่อนที่ไทยจะยกทัพไปตี เมื่อสมัยโบราณนู้นน่ะค่ะ
เรียกว่าวัดอะไรนะเนี่ย น้องเต๋ แจ้งด่วน
แต่ที่จำได้ก็จะเป็นอนุสาวรีย์ และสิ่งก่อสร้างที่ดูเด่นมากในเวียงจันทร์ น้องที่พาไปเปรียบเทียบให้ฟังว่า เสมือนเป็นหอไอเฟล ประจำประเทศลาวเลยล่ะค่ะ ยังสร้างไม่เสร็จนะ แต่ใหญ่โตมากเลย
มองใกล้ๆก็สวยแบบนี้เลยล่ะ
ออกจากหอไอเฟล มุ่งหน้าไปทางถนนที่สวยที่สุดในเวียงจันทร์ เสมือน ฌอง เอลิเซ่ จะพบกับประตูชัยอยู่กลางเมืองเวียงจันทร์(เห็นหรือยังว่าเหมือนปารีสขนาดไหน แพรีสน่ะค่ะ แพรีสสส..)ขึ้นไปข้างบนก็ได้เห็นวิวของที่นี่ได้ทั่วๆเลย ข้างในประตูชัยก็มีของที่ละรึกขายเต็มไปหมด
ถนนที่สวยที่สุดในเวียงจันทร์สู่ประตูชัย
ฌอง เอลิเซ่ จากด้านบน
ประตูชัย กลางกรุงเวียงจันทร์
ทิวทัศน์ที่มองจากด้านบน

ส่วนตอนกลางคืนก็ได้ไปเที่ยวมาเหมือนกัน แต่ไม่มีรูปมาฝาก เพราะไม่ได้เอากล้องไป แต่ถึงเอาไปก็คงไม่ได้เก็บรูปมา เพราะว่าที่เที่ยวเนี่ย คนแน่นจนแทบขยับตัวไม่ได้เลย
ไม่ได้สั่งเหล้า เพราะตั้งใจจะไปสำรวจเฉยๆ และโชคดีด้วยที่ไม่สั่ง เพราะไปแค่แป๊บเดียวเอง สั่งเบียร์สามขวด น้ำแข็งหนึ่งถัง ราคากี่หมื่นกีบจำไม่ได้ แต่แปลเป็นเงินไทย เด็กเสริฟบอกว่า ร้อยห้าสิบบาททอนห้าพันกีบน่ะ
หยิบเงินจากกระเป๋าตังงงๆ ออกมาร้อยหกสิบบาท แบงค์ร้อยหนึ่งใบ แบงค์ยี่สิบสามใบ บ๋อยรับเงินไปแล้วส่ายหัว
"บ่ซ่ายๆ" พร้อมกับยื่นแบงค์ยี่สิบคืนมาใบนึง แล้วยังควักเงินทอนออกมาจากกระเป๋ามาอีกสองพันกีบ
สรุป ร้อยสี่สิบบาท ได้ทอนมาสองพันกีบ ก็คือ ประมาณ 132 บาท เบียร์ลาวนี่ถูกจริงๆ รับเงินคืนมาแบบงงๆ มึนๆทั้งๆที่ยังไม่ได้กินเหล้าซักกะนิด เมาตั้งแต่เริ่มก้าวเข้าไปเลยเหรอเนี่ย
ที่ๆไปเที่ยวกลางคืน ได้ยินว่าเป็นเทคห้าดาว หรูหราที่สุดของลาว มีแต่ไฮโซชาวลาวเค้าไปกัน เพลงที่ฮิตที่ดีเจเปิดก็จะเป็น ไอซ์ ศรันยู(แบบว่า เปิดแล้วสาวลาวกรี๊ด....) เลิฟ เลิฟ (แดนซ์กันกระจาย) ประมาณนี้ และยังมีเพลงไทยบางเพลงที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย (ขอโทษจริงๆนะคะ ที่อีชั้นเชยขนาดนี้ อยู่บ้านไม่ค่อยได้ดูทีวี เลยไม่ค่อยอินเท่าไหร่) อีชั้นก็ยืนงง ไม่รู้จะเต้นยังไง ไม่ค่อยถนัดจังหวะแบบนี้ ได้แต่ยืนจิบเบียร์ลาว ทำหน้าเอ๋อๆ เบียดไปเบียดมากับหนุ่มสาวไฮโซชาวลาว
ซักพัก จอทีวีในเทค จากที่เปิดละครเรื่องอะไรก็ไม่เคยเห็น ที่มีป๋อ ณัฐวุฒแสดง (ยังดีนะเนี่ย ที่อีชั้นรู้จักป๋อ เลยเอามาเล่าให้ฟังได้ ไม่งั้นจะงงกันยิ่งกว่านี้อีก) ก็เปลี่ยนเป็นวีดีโอโฆษณา เกี่ยวกับคอนเสริตที่วงแคลช (ช่ายแล้ว น้องแบงค์วงแคลช นั่นแหล่ะ ดีนะเนี่ยที่เป็นอดีตรุ่นน้องอีชั้น ไม่งั้นคงไม่รู้จักอ่ะ) จะมาแสดงที่ไอเทค ศูนย์แสดงสินค้าเหมือนไบเทคบ้านเรา พอน้องแบงค์โฆษณาจบเท่านั้นแหล่ะ เสียงกรี๊ดกระหึ่ม หูแทบแตก ไม่อยากจะเชื่อว่าน้องแบงค์จะดังขนาดนี้
ได้กลับไปพักที่บ้าน (ของคนอื่นน่ะ) หลังจากหมดเบียร์ไปหกขวด และแดนซ์ไปกับเพลงไทยแบบเบียดๆ พอให้มึนๆ น้องที่พาไปก็โทรเรียกคุณโชเฟอร์ผู้ใจดี (พี่คะ หนูละซาบซึ้งน้ำใจพี่จริงๆ ไม่ว่าจะดึกดื่น หรือเช้ามืดแค่ไหนพี่ก็มาบริการให้ตลอดแบบไม่มีวันหยุด) ให้มารับ ระหว่างที่รอก็ได้เห็นว่า เทคที่นี่มันคงจะเป็นเทคห้าดาวจริงๆ จากรถที่เค้าขับมากัน พวกรถสปอร์ตที่คาดว่าจะแพงมากๆจอดที่หน้าเทคเต็มไปหมด ที่นี่ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนมีมากเหลือเกิน

โอ้ว.. ตัวหนังสือเยอะจัง ได้อ่านกันบ้างหรือเปล่าเนี่ย หรือว่าแค่ดูรูปผ่านๆกันไปเฉยๆ ไม่ได้นะ ใครยังไม่อ่าน กลับขึ้นไปอ่านเดี๋ยวนี้เลยนะ เขียนมาเล่าตั้งนาน เมื่อยมือเหมือนกันนะเนี่ย
จบดีกว่า จบมันเอาดื้อๆแบบนี้แหล่ะ ไหนๆก็มั่วมาจนถึงขั้นนี้แล้ว งงกันทั้งคนเขียนคนอ่าน เอาเป็นว่าจะมาอัพเดทความถูกต้องให้ใหม่หลังจากได้รับข้อมูลและรูปภาพเพิ่มเติมแล้วกันนะคะ
ปล. ขอขอบคุณอีกครั้งสำหรับพี่กิ้ง พี่จิ๋ม และน้องเต๋ค่ะ ที่เอาใจใส่ดูแลตลอด และยังต้องการความช่วยเหลือจากน้องเต๋ เพื่อให้บล๊อกนี้เสร็จสมบูรณ์อีก (รีบๆหาข้อมูลให้พี่นะน้องนะ เร็วๆ ด่วนๆ) ถ้าไม่ได้น้องเต๋พาไปเที่ยว การไปครั้งนี้คงไม่สนุกแน่ๆเลย แถมยังต้องเสียสละห้องนอนให้พี่อีก ทำให้น้องต้องนอนตื่นสาย จนพลาดโอกาสดีๆไปเลย ไว้คราวหน้าจะไปรบกวนใหม่นะคะ
edit @ 2006/07/26 13:58:49
กินข้าวเหนียวจนพุงป่องเลยอ่ะจิ
ตั้ง3โล เหอๆๆ ลดยังไม่ลงเลยเนี่ยยยยยย
ช่วงนี้เราไม่ได้อัพเยยอ่า ฮือออ........